ข่าวด่วน
ปฏิวัติฮาร์ดแวร์ NPU คืออะไร ทำไม Edge AI คืออนาคตของ Gadgets ยุคใหม่มวยถูกคู่! How to use apple intelligence เทียบชั้น samsung ais ใครฉลาดกว่ากันส่องขุมพลังเบื้องหลัง ChatGPT ค้นคำตอบทำไม gpu a100 ราคาหลักแสน ถึงคุ้มค่าสำหรับองค์กรยุค AIเจาะลึกสายคำนวณ nvidia a100 specs ตัวตึงใน Data Centerสรุปครบ Snapdragon 8 Elite (Gen 5) ชิปเซ็ตเปลี่ยนโลกโมบายล์ Chipset Comparison: Dimensity 8100 vs Snapdragon 888 และความลับของ 4nmยกระดับการจัดการความรู้ ยกร่างบอทส่วนตัวด้วย the knowledge ai botสรุปประโยชน์ Edge AI & NPU ต่อชีวิตประจำวัน พร้อมแนะนำ Edge AI Course น่าเรียน ปฏิวัติฮาร์ดแวร์ NPU คืออะไร ทำไม Edge AI คืออนาคตของ Gadgets ยุคใหม่มวยถูกคู่! How to use apple intelligence เทียบชั้น samsung ais ใครฉลาดกว่ากันส่องขุมพลังเบื้องหลัง ChatGPT ค้นคำตอบทำไม gpu a100 ราคาหลักแสน ถึงคุ้มค่าสำหรับองค์กรยุค AIเจาะลึกสายคำนวณ nvidia a100 specs ตัวตึงใน Data Centerสรุปครบ Snapdragon 8 Elite (Gen 5) ชิปเซ็ตเปลี่ยนโลกโมบายล์ Chipset Comparison: Dimensity 8100 vs Snapdragon 888 และความลับของ 4nmยกระดับการจัดการความรู้ ยกร่างบอทส่วนตัวด้วย the knowledge ai botสรุปประโยชน์ Edge AI & NPU ต่อชีวิตประจำวัน พร้อมแนะนำ Edge AI Course น่าเรียน

Powering the New Generation

หน้าหลัก ข่าวทั้งหมด เกี่ยวกับ ติดต่อเรา 🌐 EN
ย้อนรอยความแรงตระกูลมังกร ส่องความต่างอดีตสู่ปัจจุบันกับ snapdragon 8 series list
NexNewz
NexNewz
News

NPU & GPU Specs

ย้อนรอยความแรงตระกูลมังกร ส่องความต่างอดีตสู่ปัจจุบันกับ snapdragon 8 series list

N Nexnexz · 27/05/2026

เจาะลึกสเปก snapdragon 8 series list จากอดีตถึง Snapdragon 8 Elite (Gen 5) ชิปเซตมือถือที่แรงที่สุด

ย้อนรอยความแรงตระกูลมังกร ส่องความต่างอดีตสู่ปัจจุบันกับ snapdragon 8 series list

ชิปเซตตระกูลมังกรไฟหรือ Snapdragon ในซีรีส์เลข 8 ถือเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนสมาร์ตโฟนระดับเรือธง (Flagship) มาอย่างยาวนาน โดยมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดทั้งในแง่ของความเร็ว สถาปัตยกรรมภายใน และระบบการประมวลผลกราฟิก

หากย้อนมองประวัติศาสตร์ของ snapdragon 8 series list ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นที่เน้นการใช้งานทั่วไป จนมาถึงยุคปัจจุบันที่ขุมพลังอย่าง Snapdragon 8 Elite (Gen 5) ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้าน AI และการประมวลผลภาพระดับเกมมอนโซล เราจะพบว่าชิปเซตตระกูลนี้มีการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั่วโลก

วิวัฒนาการจากอดีตสู่ปัจจุบันของ snapdragon 8 series list

วิวัฒนาการของชิปเซตตระกูลเรือธงจาก Qualcomm มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในด้านสถาปัตยกรรมเพื่อมุ่งเน้นการประหยัดพลังงานและการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

นับตั้งแต่ปี 2013 ที่เปิดตัวตระกูล Snapdragon 800 เป็นครั้งแรก Qualcomm ได้เปลี่ยนผ่านโครงสร้างการออกแบบชิปมาแล้วหลายเจเนอเรชัน ตั้งแต่การใช้สถาปัตยกรรมแบบ 32 บิต ไปจนถึงการเปลี่ยนมาใช้แกนประมวลผลตระกูล Cortex ของ ARM และในยุคปัจจุบันที่หันมาใช้งานแกนประมวลผลแบบ Custom ที่ออกแบบเองอย่างสมบูรณ์เพื่อทำลายขีดจำกัดด้านความเร็ว

เมื่อจัดกลุ่มไทม์ไลน์สำคัญของ snapdragon 8 series list ตามยุคสมัยของเทคโนโลยี สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วงสำคัญดังนี้

ส่องความต่างด้านสถาปัตยกรรมจากชิปยุคเก่าสู่ยุค Snapdragon 8 Elite (Gen 5)

ความแตกต่างระหว่างชิปเซตยุคก่อนหน้าและ Snapdragon 8 Elite (Gen 5) คือการยกเลิกการใช้แกนประมวลผลสำเร็จรูปจาก ARM แล้วหันมาใช้สถาปัตยกรรม Qualcomm Oryon ที่ออกแบบเอง

โครงสร้างการคำนวณถูกอัปเกรดแบบยกเครื่องใหม่ทั้งหมด โดยเปลี่ยนจากการจัดสรรคอร์แบบดั้งเดิม (Prime Core + Performance Core + Efficiency Core) มาเป็นการใช้สถาปัตยกรรมที่เน้นประสิทธิภาพความเร็วสูงแบบล้วน ส่งผลให้การคำนวณเชิงลึกและการประมวลผลร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) บนตัวเครื่องมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเกินกว่า 40% เมื่อเทียบกับรุ่นอดีต

เพื่อให้เห็นภาพการพัฒนาที่ชัดเจน ตารางเปรียบเทียบสเปกทางเทคนิคระหว่างอดีตเรือธงยอดฮิตกับชิปรุ่นท็อปสุดในปัจจุบันจะแสดงให้เห็นถึงความห่างชั้นของเทคโนโลยี

คุณสมบัติทางเทคนิค

Snapdragon 8 Gen 2 (อดีตเรือธง)

Snapdragon 8 Elite (Gen 5) (รุ่นล่าสุด)

สถาปัตยกรรมขนาด

4 นาโนเมตร (TSMC)

3 นาโนเมตร (TSMC N3P)

แกนประมวลผลหลัก (CPU)

ARM Cortex-X3

Qualcomm Oryon (Gen 3)

ความเร็วสูงสุด (Clock Speed)

3.2 GHz

สูงสุด 4.6 GHz ถึง 4.74 GHz

หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU)

Adreno 740

Adreno 840 (พร้อม HPM Memory)

หน่วยประมวลผล AI (NPU)

Hexagon (รุ่นเก่า)

Upgraded Hexagon (Fused Architecture)

สัญญาณดาวน์โหลดสูงสุด

10 Gbps

สูงสุด 12.5 Gbps (โมเด็ม Snapdragon X85)

เปิดโผ มือถือที่ใช้ snapdragon 8 elite ระดับเรือธงในตลาดปัจจุบัน

มือถือที่ใช้ snapdragon 8 elite เจเนอเรชันที่ 5 เป็นกลุ่มสมาร์ตโฟนระดับซูเปอร์พรีเมียมที่เน้นการเล่นเกมกราฟิกสูงและงานประมวลผลภาพถ่ายด้วย AI

ชิปเซตรุ่นนี้ได้รับการตอบรับจากแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนยักษ์ใหญ่ทั่วโลกในการนำไปติดตั้งไว้ในฮาร์ดแวร์ตัวท็อป เพื่อเป็นจุดขายในเรื่องของความเร็วแรงแบบไร้ขีดจำกัดและการประหยัดพลังงานที่ยอดเยี่ยมกว่าเดิม โดยมีแบรนด์ชั้นนำเปิดตัวสินค้าออกมาอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

  • Samsung Galaxy S26 Ultra สมาร์ตโฟนตัวท็อปที่มาพร้อมขุมพลังเวอร์ชันพิเศษ คล็อกความเร็วแกนประมวลผลหลักขึ้นไปสูงถึง 4.74 GHz เพื่อขับเคลื่อนฟีเจอร์ AI ในเครื่องได้อย่างลื่นไหล

  • Xiaomi 17 และ Xiaomi 17 Ultra มือถือเรือธงฝั่งจีนที่เน้นการดึงพลังกราฟิกของ GPU Adreno 840 ออกมาใช้ร่วมกับการถ่ายภาพระดับโปร

  • OnePlus 15 และ OnePlus 15T ขวัญใจสายเกมมิ่งที่นำชิปซีรีส์นี้ไปจับคู่กับระบบระบายความร้อนขนาดใหญ่เพื่อรีดเฟรมเรตในการเล่นเกมให้คงที่ยาวนาน

  • iQOO 15 Ultra และ realme GT 8 Pro สมาร์ตโฟนระดับเรือธงราคาคุ้มค่าที่เน้นผลคะแนนความแรงในแอปพลิเคชัน Benchmark ทะลุหลอด

ข้อมูลทางเทคนิคระบุว่า Snapdragon 8 Elite (Gen 5) สามารถทำคะแนนทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมบนแอปพลิเคชัน AnTuTu v10 พุ่งทะยานไปแตะระดับมากกว่า 4,000,000 คะแนน ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดในฝั่งสมาร์ตโฟนระบบปฏิบัติการ Android ในปัจจุบัน


  • ทำไม Qualcomm ถึงเปลี่ยนชื่อจากสเปกตัวเลขมาใช้คำว่า Elite แทน?

    • การเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Elite มีวัตถุประสงค์เพื่อบ่งบอกถึงการเปลี่ยนผ่านสถาปัตยกรรมภายในชิปเซตอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะการเปลี่ยนมาใช้แกนประมวลผล Custom Oryon CPU เช่นเดียวกับที่ใช้งานในชิปคอมพิวเตอร์ระดับสูง เพื่อแสดงถึงความเหนือชั้นกว่าชิปเซตรุ่นทั่วไปในตลาด

  • ความเร็วระดับ 4.74 GHz บนสมาร์ตโฟนทำให้เครื่องร้อนเกินไปหรือไม่?

    • ไม่ เนื่องจากชิปเซตรุ่นใหม่ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 3 นาโนเมตรขั้นสูง (N3P) ของ TSMC ซึ่งมีการจัดการพลังงานภาพรวมที่ดีขึ้นและประหยัดพลังงานไฟฟ้าของชิปเซตลงได้มากกว่าเดิม ทำให้การปล่อยความร้อนออกมาน้อยลงกว่าชิปยุคอดีตที่ความเร็วต่ำกว่าด้วยซ้ำ

  • ชิป Snapdragon 8 ซีรีส์รุ่นเก่าในปัจจุบันยังคงน่าซื้อใช้งานอยู่ไหม?

    • ชิปเซตรุ่นเก่าอย่าง Snapdragon 8 Gen 2 หรือ Gen 3 ยังคงมีประสิทธิภาพที่แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปและการเล่นเกมในปัจจุบันได้อย่างสบาย แต่อาจจะเสียเปรียบชิปตระกูล Elite ในเรื่องของความเร็วในการประมวลผลคำสั่ง AI บนตัวเครื่องแบบออฟไลน์